งานผู้ป่วยใน

กลุ่มงานผู้ป่วยใน

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบกับการปฏิบัติตัว

       กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (urinary tract infection หรือ UTI) ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจากบริเวณรอบท่อปัสสาวะ โดยส่วนใหญ่มักเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงมีท่อปัสสาวะสั้นและอยู่ใกล้กับช่องคลอดและทวารหนัก ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะได้โดยง่าย ขณะที่ผู้ชายมีท่อปัสสาวะยาวกว่าและอยู่ห่างจากทวารหนัก โอกาสที่เชื้อโรคจะผ่านเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะจึงมีน้อยกว่ามาก ดังนั้น ลองมาดูปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ พร้อมกับวิธีป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบ การกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ทำให้เชื้อโรคในปัสสาวะเจริญเติบโตได้ดี ดังนั้น ถ้ารู้สึกปวดปัสสาวะต้องบังคับตัวเองให้เข้าห้องน้ำทันที การดูแลรักษาสุขอนามัยบริเวณอวัยวะเพศไม่ดี โดยเฉพาะผู้หญิงหากทำความสะอาดไม่ถูกวิธี เช่น เช็ดทำความสะอาดจากด้านหลังมาด้านหน้า แทนที่จะเป็นจากด้านหน้าไปด้านหลังก็จะทำให้มีโอกาสติดเชื้อจากช่องคลอดและทวารหนักได้ ผู้หญิงจึงควรรักษาสุขอนามัยบริเวณอวัยวะเพศด้วยการทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลัง การสวนล้างช่องคลอดด้วยยาปฏิชีวนะ ทำให้แบคทีเรียชนิดดีที่ทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรคถูกกำจัดออกไป จึงเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ดังนั้นไม่ควรสวนล้างช่องคลอดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ การทำความสะอาดด้วยสบู่ธรรมดาก็เพียงพอแล้ว การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ จึงควรปัสสาวะทิ้งและทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เมื่อฮอร์โมนเพศหญิงลดลงทำให้ความชุ่มชื้นบริเวณเยื่อบุช่องคลอดและเยื่อบุท่อปัสสาวะซึ่งช่วยป้องกันการติดเชื้อลดลงตามไปด้วย ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หากมีการติดเชื้อซ้ำๆ อาจจำเป็นต้องใช้ยาปรับฮอร์โมนแบบเฉพาะที่ช่วย เช่น ยาเหน็บ แต่เนื่องจากการใช้ฮอร์โมนอาจมีผลข้างเคียงได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากควบคุมโรคได้ไม่ดีก็มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องคุมเบาหวานให้ดี ผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยากดภูมิต้านทาน มีโอกาสเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ดังนั้น หากผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาปรับภูมิต้านทาน จำเป็นต้องปรับยาตามดุลยพินิจของแพทย์ ผู้สูงอายุหลายรายเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเนื่องจากนอนหลับนานๆ โดยไม่ลุกมาปัสสาวะ จึงไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานผลไม้ที่มีน้ำมากๆ ก่อนเข้านอน
Read More
timeline_25621225_214651

ประชุมหรรษาเฮฮารับปีใหม่ 2563

วันที่ 25/12/62 แผนกผู้ป่วยใน มีการจัดงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ร่วมกับ มีการประชุมทบทวนการทำงานของปี2562ที่ผ่านมา พร้อมกับคิดแผนปรับปรุงขั้นตอนการให้บริการให้มีคุณภาพมากขึ้น มีการแบ่งงานกันทำอาหารมารับประทานร่วมกัน เจ้าหน้าที่มาเข้าร่วมครบ100% ผลที่คาดว่าจะได้รับ เจ้าหน้าที่เกิดความผ่อนคลาย มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความคิดเห็น เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากร ลดความขัดแย้งในการทำงาน ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการทำงานเป็นทีม และเป็นการรักษาวัฒนธรรมประเพณีไทย
Read More
timeline_25621224_132256

ผู้ป่วยกับรอยยิ้มต้อนรับปีใหม่ 2563

วันที่ 23/12/62กลุ่มงานผู้ป่วยในได้จัดกิจกรรมมอบของขวัญปีใหม่ให้กับผู้รับบริการขณะนอนพักรักษาที่ในโรงพยาบาล เพื่อให้ผู้รับบริการและญาติมีความรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้าน และ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของคนไทย ผู้รับบริการมีความสุขยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมกับกล่าวอวยพรปีใหม่ให้กับเจ้าหน้าที่ สร้างความสุขให้กับผู้ให้บริการและผู้รับบริการ
Read More
timeline_25621221_175109

แนวทางการจัดประชุมวางระบบควบคุมภายใน และการประเมินผลระบบการควบคุมภายใน ‘’ ประจำปีงบประมาณ 2563

วันที่ 16-18 ธันวาคม 2562 นส.ขนิษฐา. ภักดี. นส.กัลยาณี ฉิมแก้ว นางอรพรรณ ภัคมนตรี และนส.วันวิสา เสถียรพันธ์ ได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ ‘’แนวทางการจัดวางระบบควบคุมภายใน และการประเมินผลระบบการควบคุมภายใน ‘’ ประจำปีงบประมาณ 2563 ณ โรงแรมเบย์ วินโดว์ แอทซี ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยมีวัตถุประสงค์ - เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดวางระบบควบคุมภายในและประเมินผลการควบคุมภายใน ตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลัง ว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายใน สำหรับหน่วยงานของรัฐ พศ.2561 และเข้าใจถึงแนวทาง วิธีการ ตลอดจนเครื่องมือที่ใช้ในการจัดวางระบบการควบคุมภายใน โดยสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ ในการจัดวางระบบ การประเมินความเสี่ยง เพื่อจัดวางระบบควบคุมภายในของหน่วยงาน ✍️การควบคุมภายในหมายถึง กระบวนการปฏิบัติงาน ที่ผู้กำกับดูแล หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ฝ่ายบริหารและบุคลากรของหน่วยงานของรัฐจัดให้มีขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงาน ของหน่วยงานของรัฐจะบรรลุวัตุประสงค์ของการควบคุม ด้านการดำเนินงาน ด้านการรายงาน และด้านการปฏิบัติตามกฏหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ ✍️การควบคุมภายใน มี 5 องค์ประกอบดังนี้ 1. Control enveronment สภาพแวดล้อมการควบคุม ประกอบด้วย 5 หลักการ 2.Risk assessment การประเมินความเสี่ยง ประกอบด้วย 4 หลักการ 3.Control activities กิจกรรมการควบคุม ประกอบด้วย 3 หลักการ 4.Information and Communication สารสนเทศและการสื่อสาร ประกอบด้วย 3 หลักการ 5.Monitering activities กิจกรรมการติดตามผล ประกอบด้วย 2 หลักการ จากการเข้าร่วมประชุม และการทำกลุ่มฝึกปฏิบัติ workshop การเขียน ปค4 ปค 5 การจัดทำ flow chart การควบคุมภายใน ทำให้มีความรู้ ความเข้าใจ เพิ่มขึ้น สามารถนำมาปรับเขียนให้สอดคล้องกับบริบทของหน่วยงานได้  
Read More

เรียนรู้มลพิษทางอากาศ

มลพิษทางอากาศ หนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่หลีกเลี่ยงได้ยากและเป็นภัยต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่หรือใกล้เขตอุตสาหกรรม ทางที่ดีจึงควรเรียนรู้ถึงผลกระทบของมลพิษทางอากาศที่มีต่อสุขภาพและวิธีป้องกันที่ถูกต้อง เพื่อให้ปลอดภัยจากอันตรายที่มาพร้อมปัญหานี้ มลพิษทางอากาศ คือการปนเปื้อนของสารเคมี สารประกอบทางกายภาพ และสารทางชีววิทยาในสิ่งแวดล้อม จนก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศ ส่วนใหญ่มักเกิดจากการเผาผลาญของเครื่องยนต์ ยานพาหนะ การทำอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ไฟป่า โดยสารในมลพิษทางอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ ได้แก่ อนุภาคขนาดเล็กที่ถูกกำจัดไม่หมด ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ โอโซน ไนโตรเจนไดออกไซด์ และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มลพิษทางอากาศแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ มลพิษทางอากาศภายนอก เป็นมลพิษที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมภายนอกอาคาร ได้แก่ อนุภาคที่เกิดจากการเผาไหม้ของพลังงานเชื้อเพลิง เช่น น้ำมัน ถ่านหิน เป็นต้น ก๊าซพิษ ได้แก่ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ หรือไอระเหยจากสารเคมีต่าง ๆ โอโซนระดับพื้นดิน ซึ่งเป็นโอโซนชนิดที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และเป็นส่วนประกอบสำคัญของหมอกควันที่เป็นพิษในบริเวณตัวเมือง ควันจากยาสูบ ซึ่งประกอบไปด้วยสารเคมีที่เป็นพิษและสารก่อความระคายเคือง ส่งผลให้ผู้สูดดมเสี่ยงติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจและโรคหอบหืด มลพิษทางอากาศภายใน เป็นมลพิษที่เกิดขึ้นภายในอาคารหรือที่พักอาศัย เช่น อนุภาคจากการเผาไหม้ของก๊าซหุงต้ม เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ เรดอน เป็นต้น สารเคมีที่ใช้ภายในบ้าน สารเคมีที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่น แร่ใยหิน ฟอร์มาดิไฮด์ ตะกั่ว เป็นต้น สารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ จากภายในและนอกอาคาร เช่น ฝุ่น สารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบและหนู เป็นต้น ควันจากยาสูบ ราและเกสรดอกไม้ นอกจากนี้ สารต่าง ๆ ที่อยู่ภายนอกอาคารอาจเข้าสู่ภายในอาคารจากการเปิดหน้าต่าง ประตู หรืออุปกรณ์ระบายอากาศได้เช่นกัน มลพิษทางอากาศส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ ? มลพิษทางอากาศอาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตา คอ และปอด โดยหากอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงอาจมีอาการแสบตา ไอ และแน่นหน้าอกได้ อย่างไรก็ตาม อาการที่เกิดขึ้นจากมลพิษทางอากาศของแต่ละคนอาจแสดงออกแตกต่างกัน เด็ก ๆ มักรู้สึกถึงความผิดปกติจากมลพิษทางอากาศได้ช้ากว่าผู้ใหญ่ แต่จะมีอาการป่วยที่รุนแรงมากกว่า เช่น หลอดลมอักเสบ และอาการปวดหู ผู้ใหญ่บางรายอาจมีอาการรุนแรงหรือไม่มีอาการใด ๆ แสดงให้เห็น ส่วนผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด โรคหอบหืด หรือโรคถุงลมโป่งพอง อาจไวต่อการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศ รวมทั้งมีอาการได้ง่ายและรุนแรงกว่าคนทั่วไป ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาพบว่ามลพิษทางอากาศส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงหลายประการ เช่น โรคเกี่ยวระบบทางเดินหายใจอย่างหอบหืดหรือความผิดปกติในการทำงานของปอด โรคที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด การคลอดก่อนกำหนด หรือแม้แต่การเสียชีวิต นอกจากนี้ ล่าสุดองค์การอนามัยโลกได้เปิดเผยว่ามลพิษทางอากาศภายนอกยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งอีกด้วย วิธีป้องกันมลพิษทางอากาศ การป้องกันตนเองจากมลพิษทางอากาศเป็นสิ่งที่พึงกระทำเพื่อสุขภาพที่ดี โดยวิธีป้องกันตัวเองและครอบครัวจากผลกระทบของมลพิษทางอากาศในเบื้องต้น…
Read More

สาระน่ารู้เกี่ยวกับไข้เลือดออก

เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก โรคไข้เลือดออกถือเป็นอีกโรคที่คร่าชีวิตผู้ป่วยได้เป็นอันดับต้นๆ ในบรรดาโรคที่มีพาหะจากสัตว์อย่าง ยุงลาย โดยเฉพาะในภูมิประเทศเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย พบผู้ป่วยไข้เลือดออกอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งโรคไข้เลือดออกนี้สามารถเป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ดังนั้นการรู้เท่าทันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคไข้เลือดออก จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่จะช่วยป้องกันโรคร้ายนี้ได้ 1. เนื่องจากไข้เลือดมีพาหะโดยยุงลาย จึงควรป้องกันการเกิดโรคด้วยการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งควรกำจัดลูกน้ำ ยุงลายที่มักจะวางไข่ในน้ำนิ่ง ให้เปลี่ยนน้ำในแจกันบ่อยๆ สวมเสื้อผ้าที่มิดชิด หรือทายากันยุง และดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่สม่ำเสมอ 2. ผู้ป่วยไข้เลือดออกมักมีไข้สูง 39 - 40 องศาเซลซียส ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยตามตัว แต่มักไม่มีน้ำมูกหรือไอ ตัวแดง รวมทั้งมีอาการเลือดออก เช่น เลือดกำดำไหล เลือดออกตามไรฟัน หรืออาเจียนเป็นเลือด ซึ่งระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ประมาณ 3 - 5 วัน 3. วิธีตรวจไข้เลือดออกด้วยตัวเอง ให้ใช้หนังยางรัดบริเวณเหนือข้อศอกเพื่อตวรจเช็คชีพจรประมาณ 5 นาที และ ใช้เหรียญ กดลงบนท้องแขน หากเกิดจุดสีแดงขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 10 จุด ให้สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นโรคไข้เลือดออก 4. โรคไข้เลือดออกยังไม่มีการรักษาให้หายขาดในทันที มีเพียงแต่การประคับประคองอาการของโรค ให้ทานยาพาราเซตามอลเพื่อช่วยลดไข้ หากมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ควรรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจดูจำนวนเกล็ดเลือดและความเข้มข้นของเลือด ควรทานอาหารที่ย่อยง่าย ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ร่างกายขับสารพิษออกมา งดของมันของทอด หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสีแดง ดำ น้ำตาล เพราะจะทำให้การแยกสีเลือดออกในปัสสาวะทำได้ยาก  
Read More
timeline_20191125_104010

การให้ความรู้แก่พ่อแม่ถึงผลเสียของการให้ลูกเล่นโทรศัพท์ก่อนอายุ 2 ขวบ

แผนกผู้ป่วยในมีการให้ความรู้พ่อแม่ถึงผลเสียของการให้ลูกเล่นโทรศัพท์ก่อนอายุ2ขวบ ปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยเด็กที่มานอนพักรักษาตัวที่แผนกผู้ป่วยใน ศูนย์อนามัยที่11 จากการสำรวจพบว่าสถานการณ์การเล่นโทรศัพท์ของเด็กที่นอนรพ มากกว่าร้อยละ80 ที่พ่อแม่ปล่อยให้เด็กเล่นโทรศัพท์มากกว่า3ชั่วโมงต่อวัน โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีเวลาดูแล เพราะต้องทำงาน ทางกลุ่มงานผู้ป่วยในเล็งเห็นความสำคัญที่พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดู จำเป็นต้องมีความรู้ถึงผลเสียของการให้ลูกหลานเล่นโทรศัพท์ก่อนอายุ2ขวบ 1. ทักษะการพูดและการสื่อสารพัฒนาได้ช้า 2 ขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย 3 ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง 4 สมาธิสั้น 5 จอประสาทตาถูกทำลาย 6 รบกวนการนอนหลับ 7 ปวดเมื่อยคอ 8 ปวดหัว ปวดตา ผลที่ได้รับ ผู้ดูแล พ่อแม่ มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องผลเสียของการให้ลูกเล่นโทรศัพท์มากขึ้น และมีความตั้งใจ สนใจและมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สามารถตอบคำถามได้
Read More
timeline_25621117_121829

รณรงค์ล้างส้วมปี 62

กลุ่มงานผู้ป่วยใน จัดกิจกรรม รณรงค์ ล้างส้วมพร้อมกัน เนื่องในวันส้วมโลกประจำปี2562 ในวันที่14/11/62 ได้ช่วยกันล้างบริเวณห้องน้ำผู้ป่วยใน โดยมุ่งหวังให้พนักงานทำความสะอาดล้างส้วมได้ถูกต้องตามมาตรฐาน และเพื่อให้ผู้รับบริการร่วมด้วยช่วยกันรักษาความสะอาด และเพื่อสร้างพฤติกรรมการใช้ส้วมที่ถูกต้องทั้งเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการ
Read More

ประชุมการพัฒนารูปแบบการจัดการ Module การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อและงานอนามัยสิ่งแวดล้อม

ประชุม การพัฒนารูปแบบการจัดบริการ Module การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ และงานอนามัยสิ่งแวดล้อม วันที่ 1 พ.ย.62 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช 1.แจ้งเกณฑ์การประเมินการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อและงานอนามัยสิ่งแวดล้อม ปี 2562 2.การระดมความคิดของผู้รับผิดชอบงาน IC ของทุก ร.พ.จัดทำคู่มือการจัดระบบบริการ ด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (Modual NST IC ) เครือข่ายปฐมภูมินครศรีธรรมราช เพื่อใช้เป็น มาตรฐานเดียวกันทั้งจังหวัด
Read More

CQI ตกเตียง

กิจกรรมพัฒนาคุณภาพ  “ แนวทางการป้องกันผู้ป่วยเด็ก0-5 ปี ตกเตียงและลอดช่องว่างระหว่างเตียง กลุ่มงานผู้ป่วยใน ศูนย์อนามัยที่ 11 หลักการและเหตุผล กลุ่มงานผู้ป่วยใน ศูนย์อนามัยที่11 ให้การบริการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยเด็ก0-14  ปี  ที่รับไว้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล  เด็กอายุ 1 เดือน -  5 ปี เป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดตกเตียงสูง   ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติการณ์ขึ้น ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงอันตรายรุนแรง ทำให้ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น เกิดความเสี่ยมเสียชื่อเสียงของโรงพยาบาลและเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง อุบัติการณ์การตกเตียงของผู้ป่วยในศูนย์อนามัยที่11  ตั้งแต่เดือน  ตุลาคม 2560 -  เดือน กันยายน  2561 มี  1  ราย จากการตรวจสอบเตียงและเหล็กกั้นเตียงที่ใช้ในหน่วยงาน พบว่า เป็นเตียงของผู้ใหญ่ ราวกั้นเตียงสั้น   เหล็กกั้นเตียงมีช่องห่างระหว่างซี่กรงเหล็กประมาณ 14  เซนติเมตร ซึ่งเด็กเล็กสามารถลอดช่องและตกเตียงได้ หน่วยงานผู้ป่วยใน  ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา จึงร่วมกันคิดพัฒนาแนวทางในการป้องกันปัญหาการตกเตียง เพื่อเพิ่มความตระหนักให้กับญาติ ผู้ดูแล โดยการออกแบบ ใช้ผ้าปูที่นอนที่ทางแผนกงานจ่ายกลางไม่ใช้แล้ว มาเย็บสวมราวกั้นเตียงทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันเด็กตกลอดช่องราวกั้นเตียง และ เด็กตกเตียง 2.วัตถุประสงค์ 1.เพื่อป้องกันอุบัติเหตุผู้ป่วยเด็ก 0-5 ปี ตกเตียง และลอดช่องว่างราวกั้นเตียง 2 เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลการป้องกันผู้ป่วยเด็กตกเตียงและตกลอดช่องราวกั้นเตียง ของเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วยและญาติ 3 ประโยชน์ที่จะได้รับ ผู้ป่วยและญาติมีความพึงพอใจในบริการ ไม่เกิดอุบัติการณ์ตกเตียง 4 ขอบเขต ผู้ป่วยเด็ก0-5 ปี ที่นอนพักรักษาในกลุ่มงานผู้ป่วยในทุกราย 5 ตัวชี้วัด 5.1 อุบัติการณ์เด็ก 0-5ปี  ตกเตียงเท่ากับ 0 5.2 อัตราความพึงพอใจของผู้รับบริการมากกว่า ร้อยละ 80 6 วิธีการดำเนินงาน 6.1 ประชุมทีมวิเคราะห์สถานการณ์และปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงให้ผู้ป่วยตกตียง 6.2 กำหนดแนวทางการให้ข้อมูลแก่ผู้ดูแลเด็ก เพื่อความร่วมมือในการป้องกันเด็กตกเตียง 6.3 พัฒนาอุปกรณ์.อนุมัติจ้างเย็บปลอกผ้าหุ้มราวกั้นเตียง  เพื่อป้องกันเด็กตกเตียง 6.4 ทดลองใช้อุปกรณ์ 6.5 ตรวจสอบและวิเคราะห์ผล 6.6 ปรับปรุงแก้ไข 7.ขั้นตอนการดำเนินงาน 7.1 ประชุมชี้แจงแนวทาง 7.2 เมื่อรับใหม่มีการให้ข้อมูลแก่ผู้ดูแลเด็ก เพื่อความร่วมมือในการป้องกันเด็กตกเตียงดังนี้ 7.2.1 จำเป็นต้องมีญาติเฝ้าอย่างน้อย…
Read More
'