งานผู้ป่วยใน

กลุ่มงานผู้ป่วยใน

download

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าที่กำลังรุกเร้าสู่สังคมไทย ในช่วงเวลาหลายปีมานี้ สื่อต่างๆ มีการนำเสนอข่าวคนดัง ข่าวอาชญากรรม และแม้แต่ข่าวการฆ่าตัวตายที่มีส่วนเกี่ยวโยงกับการเป็นโรคซึมเศร้าออกมาอย่างต่อเนื่อง เราจึงควรตระหนักว่า โรคซึมเศร้าใกล้ตัวเรากว่าที่คิด เราอาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองหรือคนรอบข้างกำลังเสี่ยงหรือเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ เพราะข่าวที่ออกมาก็ไม่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคในเชิงลึกสักเท่าไหร่ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักโรคซึมเศร้าในแง่มุมต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อจะเป็นประโยชน์ในการระแวดระวังและหาทางป้องกันหรือรีบรักษา โรคซึมเศร้ากับสถิติอันตราย ปัจจุบันโลกของเรามีประชากรราว 7.6 พันล้านคน และมีคนเป็นโรคซึมเศร้าถึง 300 ล้านคน หรือเกือบ 4% เลยทีเดียว ส่วนในคนไทยเองนั้นพบว่ามีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าถึง 1.5 ล้านคน หรือ 2.2% ของคนไทยทั้งหมด 69 ล้านคน และน่าตกใจว่าคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จถึง 4,000 คนต่อปี ซึ่งสาเหตุสำคัญของการฆ่าตัวตายก็คือโรคซึมเศร้านั่นเอง โรคซึมเศร้าคืออะไร โรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติของสมองในส่วนที่มีผลกระทบต่อความคิด อารมณ์ ความรู้สึก พฤติกรรม รวมถึงสุขภาพทางกาย แต่ที่คนส่วนใหญ่รู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าก็มักจะนึกถึงเพียงอาการหรือสภาพจิตใจที่เปลี่ยนไป จึงคิดว่าโรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดหวัง หรือการได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ และจะสามารถรักษาหรือแก้ไขได้ด้วยการให้กำลังใจ ซึ่งในความจริงแล้ว โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่เกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาท 3 ชนิด คือ ซีโรโตนิน นอร์เอปิเนฟริน และโดปามีน จึงจำเป็นที่ต้องได้รับการรักษาจากจิตแพทย์ เพราะนอกจากจะต้องบำบัดอย่างถูกวิธีแล้ว ยังอาจจะต้องใช้ยาในการรักษาร่วมด้วย พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และเหตุเสี่ยงโรคซึมเศร้า ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าประกอบไปด้วยพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิต หากมีฝาแฝดคนหนึ่งเป็นโรคซึมเศร้า หรือ bipolar ฝาแฝดอีกคนมีโอกาสเป็นสูงถึง 60-80% หากคนในครอบครัวที่เป็นญาติสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) ที่เป็นโรคซึมเศร้า ก็จะมีโอกาสเป็นมากกว่าคนทั่วไป 20% อาจสรุปได้ว่าระหว่างพันธุกรรมกับสิ่งแวดล้อม ปัจจัยที่ส่งผลให้เป็นโรคซึมเศร้านั้นเป็นสัดส่วนอยู่ที่ 40:60% การใช้ยาบางอย่างก็ส่งผลให้เกิดอาการซึมเศร้าได้ เช่น ยานอนหลับบางตัว ยารักษาสิว ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ 9 ข้อสำรวจเข้าข่ายโรคซึมเศร้า การสังเกตตัวเองหรือคนรอบข้างว่าเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหรือไม่ สามารถตรวจจากข้อสำรวจง่ายๆ 9 ข้อนี้ ซึ่งข้อสำรวจนี้ก็ คือ เกณฑ์ที่แพทย์ใช้ในการวินิจฉัยโรคซึมเศร้า หากมีอาการ 5 ข้อขึ้นไป โดยต้องมีข้อ 1.) และ/หรือข้อ 2.) อยู่ด้วย หากอาการ 5 ใน 9 ข้อดังกล่าวเป็นยาวนานติดต่อกันเกินกว่า 2 สัปดาห์ ก็เข้าข่ายเสี่ยง…
Read More
timeline_25630605_205518

ทบทวน Defrib ครั้งที่ 1

วันที่4-5มิถุนายน2563เวลา8.30น กลุ่มงานผู้ป่วยในได้มีการประชุมทีมพยาบาลทบทวนการใช้เครื่องDefibrillatorโดยมีวิทยากรผู้นำการทบทวน คือหัวหน้าแผนกผู้ป่วยใน มีการสรุปแบบสั้นๆกระชับเข้าใจง่าย มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เพื่อให้บุคลากรในกลุ่มงานทราบว่าDefibrillationต่างจากCardioversionอย่างไร 2.วิธีการใช้งานของเครื่องDefibrillator 3.การพยาบาลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น 4.การบำรุงรักษาเครื่องมือ และต้องหมั่นทบทวนการใช้งานบ่อยๆ เพราะนานๆจึงจะมีcaseที่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โอกาสที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ลืมได้ เจ้าหน้าที่พยาบาลแผนกผู้ป่วยในได้ผ่านการทบทวนการใช้เครื่องDefibrillatorครบทั้ง11คน มีความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้น มีการทวนสอบประเมินพยาบาลทุกคนให้พูดอธิบายพร้อมสาธิตย้อนกลับ สมาชิกทุกคนสามารถทำได้
Read More
timeline_25630605_212414

การฝึกพนัักงานบริการเขียนสรุปงาน

วันที่3/6/63 หัวหน้ากลุ่มงานผู้ป่วยในได้มีการประชุม พนักงานบริการ ทั้งหมด4คน/ สอนเรื่องการฝึกทักษะการเขียนสรุปงานตามบทบาทหน้าทีที่ได้รับมอบหมาย แนวทางการเขียนสรุป 1 บทบาทหน้าที่งานที่ทำประจำ 2 วัตถุประสงค์ 3 วิธีการขั้นตอน 4 ปัญหาที่พบจากการปฏิบัติงาน 5 แนวทางแก้ไข พนักงานบริการกลุ่มงานผู้ป่วยในมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นพยายามเขียนได้เขียนสรุปส่งมา4 เรื่อง 1 การดูแลรักษาความสะอาดกระจก 2 การดูแลเตียงผู้ป่วยให้สุขสบาย 3.การทำความสะอาดห้องน้ำ 4.การคัดแยกขยะ โดยมีพยาบาลวิชาชีพกลุ่มงานผู้ป่วยในช่วยเรียบเรียงเนื้อหาสาระให้ อ่านแล้วมีความกระชับเข้าใจง่ายขึ้น
Read More
5c652be5e229c

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ…ท้องเสีย….

อาการท้องเสีย...นับว่าเป็นหนึ่งในภาวะที่หลายๆ คนเคยพบเจอกันอยู่บ้าง อาการท้องเสียของบางคนก็ค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเอง แต่ในบางคนกลับเรื้อรังติดต่อกันหลายวัน ซึ่งความน่ากังวลสำหรับอาการท้องเสียก็คือ การปล่อยให้มีอาการท้องเสียเรื้อรังนานเกินไปจนร่างกายขาดน้ำ มีไข้สูง และเกิดภาวะช็อคจากการขาดน้ำและเกลือแร่มากเกินไป เพราะฉะนั้น เราควรเข้าใจถึงความผิดปกติของอาการ...ว่าแบบไหนแค่ถ่ายท้องปกติ แบบไหนที่เข้าข่ายท้องเสีย เพื่อนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้อง ลักษณะการถ่ายแบบไหนเรียกว่าท้องเสียผิดปกติ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะแยกอาการท้องเสีย กับอาการถ่ายท้องปกติได้ไม่ชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามอาการท้องเสียนั้นมีจุดสังเกตหลายอย่างที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้ อุจจาระมีลักษณะเหลว หรือถ่ายออกเป็นน้ำ ถ่ายท้องต่อเนื่อง มากกว่า 3 ครั้งต่อวัน มีอาการปวดท้องเกร็งที่รุนแรงกว่าปรกติ ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย และเหมือนมีไข้อ่อน ๆ หากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากำลังเผชิญกับอาการท้องเสียชนิดเฉียบพลัน ซึ่งโดยปกติแล้วจะสามารถหายได้เองภายใน 1 – 2 วัน แต่หากมีอาการท้องเสียต่อเนื่องนานเกินกว่า 3 – 14 วัน ควรพบแพทย์เพราะอาจมีสาเหตุของโรคอื่นที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียเรื้อรังเพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป อาการท้องเสียเกิดจากสาเหตุใด สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย มักเกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาด มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ปรสิต หรือเชื้อไวรัส ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ซึ่งเชื้อเหล่านี้มักปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม หรือแม้กระทั่งมือของเราเองที่ผ่านการหยิบจับสิ่งของสกปรกมาก่อน นอกจากนี้ อาการท้องเสียอาจเกิดได้จากสาเหตุอื่น เช่น ความเครียดวิตกกังวล การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์มากเกินไป การแพ้อาหารบางชนิดก็สามารถทำให้เกิดอาการท้องเสียได้เช่นกัน และในบางรายอาจมีอาการท้องเสียหลังการรักษา เช่น ได้รับยาปฏิชีวนะบางชนิดที่มีผลต่อระบบลำไส้ หรือได้รับการฉายรังสีที่ทำให้เยื่อบุลำไส้เสียหาย ทำให้ลำไส้ไม่สามารถดูดซึมน้ำและสารอาหารได้ตามปกติ การป้องกันและแนวทางในการรักษาอาการท้องเสีย อาการท้องเสียไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวสามารถป้องกันและดูแลตัวเองได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ทุกครั้ง ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร หรือหลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ทุกครั้ง เลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทหมัก ดอง ที่ไม่มั่นใจเรื่องคุณภาพและความสะอาด เพราะอาจมีเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสียได้ เมื่อเกิดอาการท้องเสียควรดื่มน้ำ หรือดื่มน้ำผสมผงน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย รับประทานยาบรรเทาอาการท้องเสีย (Diosmectitie) ซึ่งช่วยยับยั้งเชื้อ แบคทีเรีย และบรรเทาอาการท้องเสียได้ รับประทานอาหารย่อยง่าย เช่น โจ๊ก น้ำซุป เลี่ยงอาหารที่มีรสจัด ของหมัก ดอง และอาหารที่มีไขมันสูง อย่างไรก็ตามหากเวลาผ่านไป 3 วันแล้วอาการท้องเสียไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนเพลีย ริมฝีปากแห้ง เวียนศีรษะ มีเลือดปนในอุจจาระ หรือ มีเลือดปนในอาเจียน ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอให้อาการท้องเสียนั้นหายไปเอง เพราะอาจมีแนวโน้มของโรคแทรกซ้อนอื่นเช่น โรคสำไส้อักเสบ มีอาการตอบสนองต่อยาบางประเภทที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย หรือติดเชื้อไวรัสโรต้า เป็นต้น
Read More
Volumatic-Spacer

พ่นยาปลอดภัยด้วย Spacer

เนื่องจากสถานการณ์ COVID- 19 กำลังระบาดอยู่ทั่วโลก สาเหตุเกิดมาจากโรคนี้มีการแพร่กระจายทางฝอยละอองจากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยไอและจาม ทางโรงพยาบาลศูนย์อนามัยที่ 11จึงได้ปรับเปลี่ยนมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยโรคหอบหืดหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง จากเดิมจะพ่นยาแบบNebulizer เปลี่ยนมาเป็นยาพ่น MDI ต่อด้วย spacer เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค วันที่ 7-8 พ.ค.63 ทางแผนกผู้ป่วยในก็จะมีการประสานงานเภสัชกรเข้ามาสอนพ่นยาผู้ป่วยและญาติทั้งขณะที่กำลังนอนรักษาอยู่ที่ โรงพยาบาลและประเมินผลก่อนกลับบ้าน ผู้ป่วยและญาติมีความรู้ความเข้าใจสามารถปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง รวมไปถึงเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพที่ให้การดูแลผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลมีความเข้มแข็งทำงานเป็นทีม  
Read More
DSC00207

ออกกำลังกายสร้างสุขกับแผนกผู้ป่วยใน

วันที่8/5/63 กลุ่มงานผู้ป่วยใน ได้มีการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ในฝ่ายทุกคนได้มีการออกกำลังกายกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง ยังคงมีการ monitorกิจกรรมผ่านGroup line คนสวยหุ่นดี มีการส่งรูปการออกกำลังกายในแต่ละวัน จำนวนเวลาในการออกกำลังกาย มีการกระตุ้นกันอย่างสม่ำเสมอsupportให้กำลังใจ และมีคณะกรรมการสมรรถนะคอยติดตามการลงข้อมูลเรื่องน้ำหนักส่วนสูง BMI รอบเอว พฤติกรรมการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ถูกต้อง โดยลงในโปรแกรม Happy body HPC11เพื่อให้ตัวชี้วัด กพร ที่ 2.2 ระดับความสำเร็จของการขับเคลื่อนองค์กรสร้างสุขมิติที่1บุคลากรในองค์กรสุขภาพดี ผ่านเกณฑ์ สรุปผลการออกกำลังกายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 100% มีการติดตามลงข้อมูลในโปรแกรมHappy body HPC11 = 100% เจ้าหน้าที่ได้รับรางวัลดีเด่นในเรื่องการออกกำลังกาย 2 คน
Read More
timeline_20200505_184654

สอนสาธิตการสวมและการถอดชุด PPE

วันที่ 5/5/63 เวลา10.30-12.00 นายแพทย์สมปราชญ์ จิตรศรีสวัสดิ์ พูดบรรยายการใส่ชุด PPEและการถอดชุดPPE โดยใช้คลิป ของรพ ศิริราช กับ รพ ภูมิพล ขั้นตอนการใส่ชุด PPE ในการดูแลผู้ป่วยPUI 1 ล้างมือ7ขั้นตอน 2 ใส่หมวก ให้ผมอยู่ในหมวก คลุมถึงหู 3 ใส่แว่นตา 4 สวมชุดกาวน์แบบไม่มีหมวก ดันชุดขึ้นมา บนลำคอ ถ้าใส่คนเดียว ดึงไปด้านหลังมากที่สุดผูกเชือกด้านหลังคอ ปิดตรงคอ ผูกเชือกที่เอว ด้วยปมกระตุก 5ใส่หน้ากากN95 ให้เหล็กอยู่ด้านบน เส้นล่างให้ดึงไปใว้ล่างหู เส้นบนใว้ด้านบนเหนือใบหู การทำfeet check ปิดปากเป่าลม สูดเข้าขอบหน้ากากยุบก็ok ฝากwardเวลาดูแลผู้ป่วยTB wardก็ต้องทำแบบนี้ Covid >>แพร่กระจายเชื้อละอองฝอยเป็นdroplet TB >>ลอยไปลอยมาในอากาศ ถ้าใส่ surgical maskให้ ซีล ด้วยTranspore 6 ใส่face shiled 7 ใส่ถุงมือให้คลุมเสื้อกาวน์ ขั้นตอนการถอดชุดPPEในการดูแลผู้ป่วยPUI 1 ล้างมือ 2 ถอดถุงมือ 3 ล้างมือ 4 ถอดface shild 5 ล้างมือ 6 สอดเสื้อกาวน์ กระตุกที่คอ 7 ถอดหมวก 8 ถอดหน้ากากN95 ขั้นตอนการใส่ชุดPPEในการดูแลผู้ป่วยCOVID clipรพ ภูมิพล 1 ล้างมือ7ขั้นตอน 2 ใส่leg cover 3 ใส่ชุดหมี 4 ใส่รองเท้าบูท 5 ล้างมือ 6 ใส่หน้ากากN95 7 ใส่แว่นตา 8 ใส่หมวก 9 ดึhood รูดซิบ ปิดหัว 10 ใส่ถุงมือคู่ที่1ปลายถุงมือครอบปลายเสื้อกาวน์ 11ใส่พลาสติกกันน้ำ 12 ใส่ถุงมือคู่ที่2ครอบทับ 13 ใส่face shild ขั้นตอนการถอดชุดPPEในการดูแลผู้ป่วยCOVID 1…
Read More
timeline_25630504_191958

ทบทวนการการสวมชุด PPEและแนวทางการกำจัดขยะ

วันที่ 4/5/63 กลุ่มงานผู้ป่วยใน โดยคณะกรรมการ IC ของฝ่าย ได้ประชุมทบทวนคนงานพยาบาลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแนวทางในการจัดการมูลฝอยติดเชื้อสำหรับสถานพยาบาลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า2019 1กำหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติในการจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อ COVID-19 ตั้งแต่การคัดแยก การเก็บรวบรวม การเก็บขน และการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ - วางแผนเคลื่อนย้ายขยะ เส้นทาง เวลา ผู้รับผิดชอบ - แยกมูลฝอยติดเชื้อ COVID ให้กำจัดทุกวัน 2 กำหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติในการเก็บรวบรวม 3 คำแนะนำสำหรับผู้ปฏิบัติงาน 4 การใส่ชุด PPE การถอดชุด PPE เจ้าหน้าที่ให้ความร่วมมือดี เข้าประชุมครบ100% แล้วมีความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้น
Read More
timeline_20200501_142450

สรุปบทเรียนระบบการดูแลผู้ป่วย Co-ward

วันที่1/5/63 เวลา 09.00-12.00 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่11 คณะแพทย์ คณะกรรมการ IC ตัวแทนผู้ป่วยใน อนามัยสิ่งแวดล้อม และอุบัติเหตุฉุกเฉิน ได้ร่วมประชุมสรุปบทเรียนจาการดูงานระบบงาน IC กับระบบการดูแลผู้ป่วย CO-WARD ระบบงานห้อง LAB ระบบงานทันตกรรมและระบบคัดกรอง จากโรงพยาบาลท่าศาลา เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ที่โรงพยาบาลศูนย์อนามัยที่11 สาระการประชุม ผู้อำนวยการ กล่าวเปิดประชุม>> - จากการเกาะติดข่าวสถานการณ์ COVID พบผู้ป่วยลดลง การปลดล็อคดาวน์คงพร้อมกันทั่วประเทศ - นครศรีธรรมราช อะไรที่ปิดอยู่ก็ยังปิดต่อ ปิดจนถึง 3 พค 63 6 setting คือ ตลาด ร้านเสริมสวย สนามกีฬา ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก นายแพทย์สมปราชญ์ กล่าว>> เป็นโอกาสที่ดีที่ได้ไปดูงานที่รพท่าศาลา ทำให้ได้องค์ความรู้เพิ่มขึ้น คิดว่าที่รพ ศูนย์อนามัยที่ 11 ยังคงต้องปรับปรุงระบบงาน IC ระบบการดูแล ผู้ป่วย COVID Cohort ward และได้ให้สมาชิก สรุปผลจากการไปดูงานรพ.ท่าศาลา 1จุดคัดกรอง (จิรภัทร) - มียามโบกรถให้เข้าผู้บรับบริการเข้าให้ถูกทาง - มีประชาสัมพันธ์พูดกับไมโครโฟนชี้แจงผู้รับบริการขั้นตอน social distancingและล้างมือ - ทำจุดsocial distancing ใว้ให้ผู้รับบริการ - น้ำยาล้างมือมี 2แบบ คือแบบ กดเท้าเหยียบกับแบบเซนเซอร์ - มีพยาบาล2คนscreening วัดไข้ ถามอาการ ติดสติ๊กเกอร์ ระบบงานเป็นone stop service ถ้า screen พบเป็น ARI ให้นั่ง รอในเตนท์ ถ้าปกติไม่มีไข้ให้ผู้รับบริการขึ้นชั้น 2 ถ้าสงสัยPUI ให้ใส่หน้ากากsurgical mask พยาบาลที่screenพบคนแรกเดินนำหน้าคนไข้ห่างกัน1เมตรไปที่จุดแยก ขอเบอร์โทรชื่อสกุล จากนั้นโทรหาทีม ICN  ทีมสอบสวนโรคมาซักประวัติคุยกันทางโทรศัพท์ กรณีคนไข้ต้องเข็นเวรเปลใส่ชุด PPE รายงานแพทย์มาทำ swab และ admit ทุกราย - กรณีรับผู้ป่วยมาจากชุมชนในเวลาราชการ ถ้าต้องไปรับผู้ป่วยก็ให้พยาบาล ICN…
Read More
timeline_25630501_061008

ศึกษาดู Covid-19 งาน รพ.ท่าศาลา

วันที่ 30/4/63 เวลา 09.00-12.00 น เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่11 ตัวแทนแพทย์ คณะกรรมการ IC ตัวแทนผู้ป่วยใน งานอนามัยสิ่งแวดล้อม และงานอุบัติเหตุฉุกเฉิน เดินทางไปศึกษาดูงานที่ รพ. ท่าศาลา เพื่อดูระบบงาน IC กับระบบการดูแลผู้ป่วย CO-WARD ระบบงานห้องLAB ระบบงานทันตกรรมและระบบคัดกรอง เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ที่โรงพยาบาลศูนย์อนามัยที่ี11 สาระการประชุม 1>>จุดคัดกรอง - มียามโบกรถให้เข้าผู้รับบริการเข้าให้ถูกทาง - มีประชาสัมพันธ์พูดกับไมโครโฟนชี้แจงผู้รับบริการขั้นตอน social distancingและล้างมือ - ทำจุดsocial distancing ใว้ให้ผู้รับบริการ - มีน้ำยาล้างมือให้ 2แบบ คือแบบเท้าเหยียบกับแบบ senser - มีพยาบาล2คนscreening วัดไข้ ถามอาการ ติดสติ๊กเกอร์ ถ้าscreenพบเป็น ARI ให้นั่ง รอใน Tentมีทีมสหวิชาชีพคอยให้บริการ ถ้าปกติไม่มีไข้ให้ผู้รับบริการขึ้นชั้น 2 ถ้าสงสัยPUI ให้ใส่หน้ากาก surgical mask พยาบาลที่ screen พบคนแรกเดินนำหน้าคนไข้ห่างกัน 1 เมตรไปที่จุดแยก ขอเบอร์โทร ชื่อ-สกุล จากนั้นโทรหาทีม ICN ทีม ทีมสอบสวนโรคมาซักประวัติคุยกันทางโทรศัพท์ กรณีคนไข้ต้องเข็น เวรเปลต้องใส่ชุด ppe และจากนั้น รายงานแพทย์มาทำ swab และ admit ทุกราย   2 >> จุด CO-ward มีห้อง Negative pressure 2ห้อง ห้องรวม4ห้อง - ผู้ป่วยadmitครั้งแรกขอเบอร์โทรแล้วให้เข้าห้องเลยพยาบาลโทรเข้าไปแนะนำorentationสถานที่ความรู้เรื่องโรคขั้นตอนการให้บริการของแพทย์พยาบาล สิ่งที่ผู้รับบริการต้องทำเองเช่นวัดไข้วัดความดันการล้างทำความสะอาดห้องน้ำการจัดการกับขยะติดเชื้อในห้อง - มีการทำกลอนหน้าประตูลอคเพื่อป้องกันผู้รับบริการเดินออกมาข้างนอก(อธิบายผู้ป่วยตอนadmitถึงความจำเป็น) - การจัดห้องคนไข้ไม่เปิดแอร์แต่พัดลมเปิดได้บางครั้ง ถ้าทีมจะเข้าห้องผู้รับบริการจะโทรบอกให้เขาปิดพัดลมประมาณ10นาที - มีถัง2ถังเป็นถังขยะติดเชื้อใส่ถุง2ชั้นใว้เก็บขยะทั่วไป 1ถัง กับเสื้อผ้า1ถัง หลังผู้รับบริการเก็บขยะและเสื้อผ้าใส่ถุงเสร็จให้ผูกถุงให้แน่นฉีดสเปรย์ที่ปากถุง คนที่เข้าไปทำหัตถการเป็นผู้หยิบขยะติดเชื้อมา มาใส่ถังหน้าห้อง ถังนี้มีถุงแดง1ชั้นผูกอีกครั้งฉีดสเปรย์แล้วพาไปห้องพักขยะ รอคนงานนำไปทิ้งด้านล่างเวลา16.00นคนงานที่พาขยะไปทิ้งแต่งกายใส่ชุดกาวน์ธรรมดา - CASE PUI ที่ ผลswab negativeการจัดการขยะเหมือนกับการรวบรวมขยะติดเชื้อทั่วไป - ผ้าผู้ป่วยcovidแยกซักกับคนไข้อื่นซักหลังสุดมีการแช่น้ำยา…
Read More
'