timeline_20200501_142450

สรุปบทเรียนระบบการดูแลผู้ป่วย Co-ward

วันที่1/5/63 เวลา 09.00-12.00 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่11 คณะแพทย์ คณะกรรมการ IC ตัวแทนผู้ป่วยใน อนามัยสิ่งแวดล้อม และอุบัติเหตุฉุกเฉิน ได้ร่วมประชุมสรุปบทเรียนจาการดูงานระบบงาน IC กับระบบการดูแลผู้ป่วย CO-WARD ระบบงานห้อง LAB ระบบงานทันตกรรมและระบบคัดกรอง จากโรงพยาบาลท่าศาลา เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ที่โรงพยาบาลศูนย์อนามัยที่11 สาระการประชุม ผู้อำนวยการ กล่าวเปิดประชุม>> - จากการเกาะติดข่าวสถานการณ์ COVID พบผู้ป่วยลดลง การปลดล็อคดาวน์คงพร้อมกันทั่วประเทศ - นครศรีธรรมราช อะไรที่ปิดอยู่ก็ยังปิดต่อ ปิดจนถึง 3 พค 63 6 setting คือ ตลาด ร้านเสริมสวย สนามกีฬา ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก นายแพทย์สมปราชญ์ กล่าว>> เป็นโอกาสที่ดีที่ได้ไปดูงานที่รพท่าศาลา ทำให้ได้องค์ความรู้เพิ่มขึ้น คิดว่าที่รพ ศูนย์อนามัยที่ 11 ยังคงต้องปรับปรุงระบบงาน IC ระบบการดูแล ผู้ป่วย COVID Cohort ward และได้ให้สมาชิก สรุปผลจากการไปดูงานรพ.ท่าศาลา 1จุดคัดกรอง (จิรภัทร) - มียามโบกรถให้เข้าผู้บรับบริการเข้าให้ถูกทาง - มีประชาสัมพันธ์พูดกับไมโครโฟนชี้แจงผู้รับบริการขั้นตอน social distancingและล้างมือ - ทำจุดsocial distancing ใว้ให้ผู้รับบริการ - น้ำยาล้างมือมี 2แบบ คือแบบ กดเท้าเหยียบกับแบบเซนเซอร์ - มีพยาบาล2คนscreening วัดไข้ ถามอาการ ติดสติ๊กเกอร์ ระบบงานเป็นone stop service ถ้า screen พบเป็น ARI ให้นั่ง รอในเตนท์ ถ้าปกติไม่มีไข้ให้ผู้รับบริการขึ้นชั้น 2 ถ้าสงสัยPUI ให้ใส่หน้ากากsurgical mask พยาบาลที่screenพบคนแรกเดินนำหน้าคนไข้ห่างกัน1เมตรไปที่จุดแยก ขอเบอร์โทรชื่อสกุล จากนั้นโทรหาทีม ICN  ทีมสอบสวนโรคมาซักประวัติคุยกันทางโทรศัพท์ กรณีคนไข้ต้องเข็นเวรเปลใส่ชุด PPE รายงานแพทย์มาทำ swab และ admit ทุกราย - กรณีรับผู้ป่วยมาจากชุมชนในเวลาราชการ ถ้าต้องไปรับผู้ป่วยก็ให้พยาบาล ICN…
Read More

CQI ตกเตียง

กิจกรรมพัฒนาคุณภาพ  “ แนวทางการป้องกันผู้ป่วยเด็ก0-5 ปี ตกเตียงและลอดช่องว่างระหว่างเตียง กลุ่มงานผู้ป่วยใน ศูนย์อนามัยที่ 11 หลักการและเหตุผล กลุ่มงานผู้ป่วยใน ศูนย์อนามัยที่11 ให้การบริการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยเด็ก0-14  ปี  ที่รับไว้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล  เด็กอายุ 1 เดือน -  5 ปี เป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดตกเตียงสูง   ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติการณ์ขึ้น ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงอันตรายรุนแรง ทำให้ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น เกิดความเสี่ยมเสียชื่อเสียงของโรงพยาบาลและเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง อุบัติการณ์การตกเตียงของผู้ป่วยในศูนย์อนามัยที่11  ตั้งแต่เดือน  ตุลาคม 2560 -  เดือน กันยายน  2561 มี  1  ราย จากการตรวจสอบเตียงและเหล็กกั้นเตียงที่ใช้ในหน่วยงาน พบว่า เป็นเตียงของผู้ใหญ่ ราวกั้นเตียงสั้น   เหล็กกั้นเตียงมีช่องห่างระหว่างซี่กรงเหล็กประมาณ 14  เซนติเมตร ซึ่งเด็กเล็กสามารถลอดช่องและตกเตียงได้ หน่วยงานผู้ป่วยใน  ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา จึงร่วมกันคิดพัฒนาแนวทางในการป้องกันปัญหาการตกเตียง เพื่อเพิ่มความตระหนักให้กับญาติ ผู้ดูแล โดยการออกแบบ ใช้ผ้าปูที่นอนที่ทางแผนกงานจ่ายกลางไม่ใช้แล้ว มาเย็บสวมราวกั้นเตียงทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันเด็กตกลอดช่องราวกั้นเตียง และ เด็กตกเตียง 2.วัตถุประสงค์ 1.เพื่อป้องกันอุบัติเหตุผู้ป่วยเด็ก 0-5 ปี ตกเตียง และลอดช่องว่างราวกั้นเตียง 2 เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลการป้องกันผู้ป่วยเด็กตกเตียงและตกลอดช่องราวกั้นเตียง ของเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วยและญาติ 3 ประโยชน์ที่จะได้รับ ผู้ป่วยและญาติมีความพึงพอใจในบริการ ไม่เกิดอุบัติการณ์ตกเตียง 4 ขอบเขต ผู้ป่วยเด็ก0-5 ปี ที่นอนพักรักษาในกลุ่มงานผู้ป่วยในทุกราย 5 ตัวชี้วัด 5.1 อุบัติการณ์เด็ก 0-5ปี  ตกเตียงเท่ากับ 0 5.2 อัตราความพึงพอใจของผู้รับบริการมากกว่า ร้อยละ 80 6 วิธีการดำเนินงาน 6.1 ประชุมทีมวิเคราะห์สถานการณ์และปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงให้ผู้ป่วยตกตียง 6.2 กำหนดแนวทางการให้ข้อมูลแก่ผู้ดูแลเด็ก เพื่อความร่วมมือในการป้องกันเด็กตกเตียง 6.3 พัฒนาอุปกรณ์.อนุมัติจ้างเย็บปลอกผ้าหุ้มราวกั้นเตียง  เพื่อป้องกันเด็กตกเตียง 6.4 ทดลองใช้อุปกรณ์ 6.5 ตรวจสอบและวิเคราะห์ผล 6.6 ปรับปรุงแก้ไข 7.ขั้นตอนการดำเนินงาน 7.1 ประชุมชี้แจงแนวทาง 7.2 เมื่อรับใหม่มีการให้ข้อมูลแก่ผู้ดูแลเด็ก เพื่อความร่วมมือในการป้องกันเด็กตกเตียงดังนี้ 7.2.1 จำเป็นต้องมีญาติเฝ้าอย่างน้อย…
Read More

CQI rate IV

กิจกรรมพัฒนาคุณภาพ  “ แนวทางการป้องกันการให้น้ำเกลือเพื่อให้ได้ตามแผนการรักษาของแพทย์” โดย นางสาว ขนิษฐา   ภักดี    1.ปัญหาและที่มา หน่วยงานตึกผู้ป่วยในให้การบริการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่รับใว้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล และมีผู้ป่วยหลายคนที่แพทย์สั่งให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ  แต่ทางแผนกผู้ป่วยในมีเครื่องควบคุมหยดน้ำเกลือเพื่อให้ได้ตามแผนการรักษาจำนวน   6  เครื่อง  มีความจำเป็นต้องเก็บใว้ใช้กับผู้ป่วยวิกฤติ และผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง   แต่ด้วยผู้รับบริการที่จำเป็นต้องให้น้ำเกลือมีปริมาณหลายคน  เจ้าหน้าที่พยาบาลที่ปฏิบัติงานมีน้อย  ทำให้ความถี่ในการไปดูแลควบคุมหยดน้ำเกลือให้เป็นไปตามที่แพทย์สั่ง  มีน้อย  ทำให้เกิดอุบัติการณ์  ผู้ป่วยได้น้ำเกลือช้ากว่ากำหนด  และเร็วกว่ากำหนด  อยู่บ่อยครั้ง   ซึ่งทำให้การดูแลผู้ป่วยไม่เป็นไปตามแผนการรักษาของแพทย์  และผู้ป่วยมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนเล็กน้อยจนถึงอันตรายรุนแรง  ทำให้ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลมากขึ้น  เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น  เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงของโรงพยาบาล  และเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง อุบัติการณ์การให้น้ำเกลือผู้ป่วยที่ไม่ได้ตามแผนการรักษาของแพทย์  ของกลุ่มงานผู้ป่วยในในรอบ  9 เดือนมีทั้งหมด  10 ครั้ง ตั้งแต่เดือน  ตุลาคม 2560 -  เดือน มิถุนายน 2561 ปัจจัยการให้น้ำเกลือไม่ได้ตามแผนการรักษาของแพทย์  มีสาเหตุมาจาก ตำแหน่งของเส้นเลือดที่ให้น้ำเกลือ  การเปลี่ยนท่าทางของผู้ป่วย  หรือบางครั้งผู้ป่วยกับญาติเปิดน้ำเกลือเอง หน่วยงานผู้ป่วยใน  ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการให้น้ำเกลือไม่ได้ตามแผนการรักษาของแพทย์           จึงได้พัฒนาแนวทางในการป้องกัน  โดยการออกแบบ ใช้ กระดาษกาว ติดแปะที่ขวดน้ำเกลือ   มีการขีดแบ่งเส้นที่แถบกาวตามจำนวนหยด ที่แพทย์สั่ง กิจกรรมการดำเนินงาน 1.รวบรวมเหตุการณ์การให้น้ำเกลือไม่เป็นไปตามแผนการรักษาของแพทย์ ที่เกิดขึ้นในหอผู้ป่วยในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา มาพูดคุยทบทวนหาแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ 2.อนุมัติซื้อกระดาษกาว 3.เมื่อมีผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลที่แพทย์สั่งให้น้ำเกลือ มารับการบริการในตึกผู้ป่วยในให้คนงานติดแถบกระดาษกาวตามจำนวนหยดที่แพทย์สั่ง  จากนั้นให้พยาบาลเดินตรวจเช็คว่าปริมาณน้ำเกลือเหลือตามที่กำหนดใว้ที่แถบกาวหรือไม่  จะตรวจเช็คทุก  2 -4  ชม  ในขณะที่ไปวัดสัญญาณชีพ และทำ intake output 3.ระยะเวลาปฏิบัติงาน เดือนตุลาคม 2561- กรกฎาคม 2562 4.การตรวจสอบ ไม่พบอุบัติการณ์การให้น้ำเกลือไม่เป็นไปตามแผนการรักษาของแพทย์ 5.ประโยชน์ที่จะได้รับ ผู้ป่วยและญาติมีความพึงพอใจในบริการ ไม่เกิดอุบัติการณ์การให้น้ำเกลือไม่เป็นไปตามแผนการรักษาของแพทย์ ผู้ป่วยไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการให้น้ำเกลือไม่เป็นไปตามแผนการรักษาของแพทย์   ขั้นตอนที่ 1  วงจรคุณภาพ PDCA  เริ่มลงมือปฏิบัติวันที่ 1  ตุลาคม  2561 - 31 ตุลาคม  2561 Plan = การวางแผน 1 ประชุมทีมทบทวนหาสาเหตุที่ การให้น้ำเกลือผู้ป่วยไม่ได้ตามแผนการรักษาของแพทย์ .2 หาวิธีการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับน้ำเกลือตามแผนการรักษา 3 มีข้อตกลงร่วมกัน…
Read More
554tre

รู้ไหม….ทำไมถึงต้องให้ทานขนมจีน

รู้ไหม....ทำไมถึงต้องให้ทานขนมจีน ขนมจีนเป็นอาหารที่มีอยู่ทุกภาค สามารถทานได้ทุกวัยและที่สำคัญขนมจีนต้องทานกับเครื่องเคียงเป็นผักสดๆมากมาย เช่น ยอดมันปู ยอดมะกอก บัวบก ผักกาดนกเขา หัวปลี ถั่วพู ยอดมะม่างหิมพานต์ ซึ่งผักเหล่านี้เป็นผักที่มีอยู่ในชุมชนหาได้ง่าย ปลอดภัยจากสารเคมีและมีสรรพคุณต่างๆมากมายดังนี้ : ยอดมันปู มีประโยชน์ในด้าโภชนาการสูง คือทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว ดูดซับสารต่างๆได้ดี และสามารถดึงน้ำในลำไส้ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้กระตุ้นให้มีการถ่ายอุจจาระ ป้องกันท้องผูก ลดโอกาศที่สารพิษจะสัมผัสกับลำไส้ ช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ และริดสีดวง นอกจากนี้ยอดมันปูยังมีวิตามินบีสองป้องกันโรคปากนกกระจอกอีกด้วย     : ยอดมะกอก ยอดใบอ่อนของมักอกใช้แก้โรคบิด แก้ท้องเสียในยอดอ่อนของใบมะกอก 100 กรัม จะให้พลังงาน 46 กิโลแคลอรี : บัวบก มีแคลเซียมสูง ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ ช่วยบำรุงสายตา และฟื้นฟูรอบดวงตา เพราะบัวบกมีวิตามินเอสูง เชื่อกันว่า ใบบัวบกมีส่วนช่วยเพิ่มไอคิว ความฉลาด : ผักกาดนกเขา นอกจากเป็นผักเหนาะแล้ว ยังมีประโยชน์ในทางยาอีกด้วยโดยการคั้นเอาน้ำแก้คออักเสบ เจ็บคอ ดื่มหลังคลอดช่วนจับประจำเดือน : หัวปลี มีสรรพคุณทางยา บำรุงน้ำนม รักษาโรคกระเพาะ แก้ร้อนใน ยางจากหีวปลีใช้ในการรักษาแผลสด นอกจากนี้ นักวิจัยชาวอินเดียยังพบว่าหัวปลียังมีคุณสมบัติในการลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วย :ถั่วพู ประโยชน์ มีกากใยมากทำให้ระบบขับถ่ายปกติมีสรรพคุณทางยา บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย บรรเทาอาการปวดเมื่อย : ยอดมะม่วงหิมพานต์ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเชลล์จากการถูกทำลายและชลิความเสื่อมของอวัยวะต่างๆได้ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง จากประโยชน์ของผักดังกล่าวข่างต้น ทางคณะกรรมการศูนย์น่าอยู่ ผู้คนน่ารัก ร่วมกับทีมสนับสนุน และทีมผู้สูงอายุได้ดำเนินการหาพันธ์พืชผักดังกล่าวมาเพาะปลูกไว้ โพสต์โดย : ทิพภรัตน์ นวลสุข
Read More
106-20150201191446-2cge0bik7c1kdqvd09j7kplra3-152008

ฝรั่ง

  ## ฝรั่ง## ผลไม้บ้านๆแต่ประโยชน์มากมาย เป็นสมุนไพรทแก้ท้องเดิน ท้องร่วง ส่วนที่ใช้ : ใบ ผลอ่อนสด ผลสุก เปลือกต้นสดๆ ราก สรรพคุณ : ฝรั่งมีสารแทนนินอยู่มาก สารนี้มีฤทธิ์ฝาดสมานน้ำมันหอมระเหยในใบฝรั่ง สารแทนนินในฝรั่งยังยับยั้งการลุกลามของเชื้อโรค ช่วยสมานท้องและลำไส้ โดยช่วยลดอาการอักเสบของกระเพาะลำไส้ และช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน และยังช่วยอาการเกร็งตัวของลำไส้ ทำให้อาการปวดท้องบรรเทาลงได้ แก้ปวดเบ่ง ใบ - แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน (ที่ไม่ใช่บิด หรืออหิวาตกโรค) เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด ใช้ใบ 2-3 ใบเคี้ยวๆ ระงับกลิ่นปาก แก้ฝี เป็นยาล้างแผล ดูดหนองและถอนพิษบาดแผล แก้เหงือกบวม แก้พิษเรื้อรัง แก้ปวดเนื่องจากเล็บขบ แก้แพ้ยุง ผลอ่อน - แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน ระงับกลิ่นปาก แก้บิดมูกเลือด มีไวตามินซีมาก เป็นกันหรือแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน (ลักปิดลักเปิด) บำรุงเหงือกและฟัน บำรุงผิวพรรณ ผลสุก - มีสารเพ็กตินอยู่มาก ใช้รับประทานเป็นยาระบายได้ ราก - แก้น้ำเหลืองเสีย เป็นฝี แผลพุพอง แก้เลือดกำเดาไหล วิธีและปริมาณที่ใช้ ใช้ฝรั่งแก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน - ใช้ส่วนที่เป็นยอดอ่อนๆ 7 ยอด หรือใบเพสลาด 6-8 ใบ ค่อยๆ เคี้ยวให้ละเอียดทีละน้อย ค่อยๆ กลืน แล้วดื่มน้ำตาม ถ้าเคี้ยวทีละมากๆ จะรู้สึกฝาดขม ถ้าเคี้ยวกับเกลือเล็กน้อย จะช่วยให้รับประทานง่ายขึ้น วิธีนี้ได้ผลมาก เพราะรับประทานทั้งน้ำและเนื้อของใบฝรั่งจนหมด ได้ตัวยาครบถ้วน ใช้เป็นยาห้ามเลือด - ใช้ใบสดล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียดพอกแผลที่มีเลือดออก เลือดจะหยุด ช่วยระงับกลิ่นปาก - ใช้ใบสด 3-5 ใบ เคี้ยวและคายกากออกทิ้ง เป็นยากันหรือแก้โรคลักปิดลักเปิด ฝรั่งมีไวตามินซีมาก - ใช้ผลโตเต็มที่แต่ไม่สุก รับประทานเป็นผลไม้ จะเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงเหงือกและ ฟัน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด รักษาท้องลำไส้ไม่ให้ผูก ช่วยบำรุงผิวพรรณ…
Read More
102-20150201163113-2cge0bik7c1kdqvd09j7kplra3-683319

ใบยอ…ย่างไฟรักษาโรคเกาต์

ใบยอ...ย่างไฟรักษาโรคเกาต์ ผลศึกษาวิจัยการบรรเทาอาการปวดเมื่อย กล้ามเนื้อ และอาการอักเสบจากโรคเก้าต์ จากแพทย์แผนไทยประจำโรงพยาบาลศิลาลาด จังหวัดศรีสะเกษ พบการใช้ใบยอ ย่างไฟ ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและอักเสบ จากโรคเกาต์ ด้วยการนำใบยอ 5-10 ใบ ย่างบนเตาถ่าน ด้วยไฟอ่อนประมาณ 1 นาที พร้อมโรยเกลือ เพิ่มการดูดซึมของสารในใบยอให้มากขึ้น นำมาวางบริเวณที่มีอาการปวดหรืออักเสบ และวางใบยอที่ย่างไฟแล้ววางทับผ้าตาม ครั้งละ 15-20 นาที วันละ 2-3 ครั้ง ประมาณ 1 สัปดาห์ ทดลองกับกลุ่มผู้ป่วยโรคเกาต์ 10 คนจาก 11 คน มีอาการดีขึ้น เครดิต :: นางสาวณัฏฐณิชา  ธรรมวัตร แพทย์แผนไทยประจำโรงพยาบาลศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ โพสโดย :: เบญจวัณ มากนวล
Read More
104-20150201173702-2cge0bik7c1kdqvd09j7kplra3-243408

นวด..แก้ท้องผูก

ท้องผูก ขับถ่ายไม่ออก เป็นเรื่องที่น่าอึดอัดทั้งร่างกาย และพาเอาจิตใจเครียดตามไปด้วย หากว่าการเลือกรับประทานผัก ผลไม้ หรืออาหารที่มีส่วนช่วยในการขับถ่ายเข้าไปแล้ว ยังไม่สามารถช่วยระบายถ่ายท้องได้แล้วล่ะก็ มีอีกวิธีที่จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายด้วยตัวเองมาฝากค่ะ วิธีที่ว่านั้นคือ “การนวด” นั่นเองค่ะ การนวดนั้น เป็นวิธีบำบัดแขนงหนึ่ง นอกจากจะช่วยผ่อนคลายได้แล้ว ยังสามารถปรับสมดุลให้กับร่างกายได้ด้วย ซึ่งวิธีการนวดที่จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายนั้น คือการ “นวดลำไส้” ค่ะ “นวดลำไส้” เป็นการกระตุ้นส่วนต่างๆของลำไส้ใหญ่ เพื่อทำให้ของเสียต่างๆที่สะสมอยู่ตามผนังลำไส้ใหญ่ได้มีการขยับเขยื้อนไปตามทิศทางที่ควรจะเป็น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูกมากๆ วิธีการนวดดังนี้ - ให้นอนราบเตียง หรือพื้นราบ ฝ่าเท้าทั้งสองวางแนบพื้น (นอนชันเข่า) - เริ่มต้นที่ท้องบริเวณด้านขวา บริเวณเหนือสะโพกขวา ให้ใช้ปลายนิ้วมือทั้งสองกดลงไปที่ท้อง กดให้ลึกที่สุดเท่าที่เราจะยังรู้สึกสบาย จากนั้นให้มีการให้กดนวดบริเวณดังกล่าว ให้เคลื่อนตามแนววงกลม แล้วให้ค่อย ๆ ขยับตำแหน่งที่กดนวดขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั้งถึงใต้ชายโครงขวา แต่ละจุดที่เคลื่อนไป จะมีการนวดตามแนวของวงกลม เป็นการกด-นวด อย่างช้า ๆ - หลังจากนั้น ให้ค่อย ๆ เคลื่อนตำแหน่งที่กดนวดผ่านตรงไปยังด้านตรงข้ามถึงชายโครงด้านซ้าย - จากนั้น ให้กดนวดผ่านลงไปยังท้องด้านล่างเหนือสะโพกด้านซ้าย - ขั้นตอนต่อไป เมื่อนวดตรงบริเวณท้องด้านล่างซ้ายเสร็จ ให้ขยับไปทางด้านขวา 3 นิ้ว และเคลื่อนต่ำลงอีก 1 นิ้ว เป็นตำแหน่งสุดท้าย แล้วกดนวดในตำแหน่งดังกล่าว เป็นการจบการนวดหนึ่งรอบ ให้ทำวันละ 5 – 20 นาที ทุกวัน จากการนวดลำไส้ด้วยวิธีดังกล่าว ยังช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือด ในบริเวณลำไส้ดีขึ้นพร้อมกันนั้น มันยังช่วยให้กล้ามเนื้อของลำไส้ ฟื้นตัวเป็นปกติเหมือนเดิมอีกด้วย ขอบคุณข้อมูลจาก :: นพ.มานิตย์ วัชร์ชัยนันท์ โพสโดย:: วาสนา ขนาบแก้ว
Read More
101-20150201171936-2cge0bik7c1kdqvd09j7kplra3-217865

มณีเวชเช้า-ก่อนนอน

มณีเวชเช้า-ก่อนนอน สำหรับพยาบาลทั่วๆไปอาจจะยังงงๆสักหน่อยแต่สำหรับพวกเราแล้ว เป็นOrderที่ถนัดคะ และทำประจำทุกเช้า-ก่อนนอน ทุกๆวันจะพบกับภาพประทับใจแบบนี้ จนตอนนี้ไม่ต้องบอกพอถึงเวลาทำมณีเวชทั้งผู้ป่วยและญาติพร้อมเพรียงกันทำเห็นแล้วรู้สึกดีมากๆ จะหายปวดแน่นอนทันทีหรือ ไม่ ไม่กล้าฟันธง แต่ที่เกิดแน่แล้วคือสัมพันธภาพระหว่างพยาบาล ผู้ป่วยและญาติดูแล้วอบอุ่น ได้รับการตอบรับที่ดี ไม่มีปัญหาเรื่องร้องเรียน และที่เป็ผลพลอยได้คือของฝากจากผู้ป่วยและญาติคะ นี่ก็เป็นอีกเช้าวันที่ 14 ม.ค.2558 ที่พยาบาลแผนกผู้ป่วยในกับผู้ป่วยและญาติได้ฝึกทำมณีเวช เครดิต -ถ่ายภาพ :: บำเพ็ญ อักษรพาลี -สอนมณีเวช :: สุภาพร ผลกล่ำ :: จุฑารัตน์ บุญญานุรักษ์ -เล่าเรื่อง :: เบญจวัณ มากนวล
Read More
5be0f111a4b24a0fb34ffdaf94dde9ce

ข้าวยำ

"ข้าวยำ" จัดเป็นอาหารจานเดียวของไทยที่ให้สาร อาหารครบถ้วนทั้ง ๕ หมู่ แถมยังเป็นอาหารธรรมชาติที่ให้วิตามินและเกลือแร่จากผักสดๆและยังมีเส้นใยสูงเหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือควบคุมน้ำหนัก อีกทั้งยังช่วยให้ระบบขับถ่ายดีอีกด้วย ข้าวยำ ประกอบด้วย ผักพื้นบ้านหลายชนิดที่หาได้เองตามบ้าน ซึ่งล้วนแล้วแต่มีคุณค่าทางโภชนาการและเวชการ เรียกได้ว่าเป็นทั้งอาหารและยาในคราเดียวกัน นับเป็นภูมิปัญญาในการสรรหาพืชผักสมุนไพรมาใช้ประกอบในการกินข้าวยำของชาวใต้ ที่ได้ทั้งรสชาติ และคุณค่า ซึ่งประกอบไปด้วยผักพื้นบ้านหรือผักที่มีอยู่โดยทั่วไปเกือบทุกท้องถิ่นในภาคใต้ ดังนี้ พาโหม กะพังโหม สรรพคุณรักษาอาการอักเสบบริเวณคอปากรักษาบาดแผลปรุงเป็นยาขับน้ำนมแก้บิดไข้รากสาด ชะพลู เป็นผักที่มีสารอาหารมากเหลือเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อเพราะได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มี เบต้า-แคโรทีน สูงมาก ใบมีคุณสมบัติเจริญอาหารและขับเสมหะ มะม่วงดิบ มีคาร์โบไฮเดรท มากกว่ามะม่วงสุกสำหรับผู้ป่วยหรือกลุ่มคนที่ต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลโดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวานอาจต้องเลือกผลไม้ที่รสไม่หวาน ถั่วฝักยาว มีสารอาหารในปริมาณสูง มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสมากมาย นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีและโปรตีน พริกคั่วป่น เป็นภูมิปัญญาของคนภาคใต้นำพริกป่นมาใช้ชูรสในข้าวยำ พริกเป็นยาขับเสมหะ ช่วยการย่อย เพิ่มความอบอุ่นในร่างกายและรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ พริกยังช่วยป้องกันหวัด เพราะว่าพริกอุดมไปด้วย betacarotene bioflavonoid และวิตามินซี การกินพริกก่อนอาหารหรือพร้อมอาหารจะแก้อาการเบื่ออาหารได้ ใบมะกรูด เป็นสมุนไพรที่มักนำมาใช้ปรุงอาหาร มีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น ขับลม ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี ช่วยบำรุงหัวใจ ระบบการไหลเวียนของโลหิต แก้ไอ ลดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ แก้ช้ำใน อาการเกร็ง แก้ฝีภายใน ขับเสมหะ น้ำมันหอมระเหยของมะกรูดทำให้ผมดกดำ บัวบก มีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น แก้เจ็บคอได้ ทำให้มีความสดชื่น แก้ช้ำใน ชุ่มคอ สามารถแก้โรคความดันโลหิตสูงได้เป็นอย่างดี ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เมื่อดื่มน้ำใบบัวบกทุกวัน เป็นประจำใน 1 สัปดาห์ จะเห็นผลได้ทันทีว่าสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ ใบขมิ้น แก้ท้องอืด แก้ท้องร่วง แก้โรคกระเพาะ ด้วยคุณประโยชน์อันมากมายของพืชผักสมุนไพรในข้าวยำทางแผนกผู้ป่วยในจึงนำเมนูข้าวยำมาให้ให้ผู้ป่วยได้รับประทาน โพสต์โดย สุภาพร ผลกล่ำ
Read More
9-20141209130300-ag8insbibune9nkti4ufnik2p3-125214 (1)

มารู้จักทุเรียนน้ำกัน

รู้จักให้มากขึ้นสรรพคุณเป็นอย่างไร มารู้จักทุเรียนน้ำกัน จากการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการของทุเรียนน้ำของกองโภชนาการกรมอนามัยของผลที่กินได้ 100 กรัมพบว่า มีน้ำ 83.2 กรัม ให้พลังงาน 59 kcal. ไขมัน0.2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 15.1กรัม โปรตีน 1กรัม แคลเซียม 14 มิลลิกรัม วิตามินบี 1.027มิลลิกรัม เหล็ก0.5 มิลลิกรัม วิตามินซี 24 มิลลิกรัม เส้นใย0.6 กรัม                เราสามารถนำส่วนต่างๆของทุเรียนน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น เมล็ด ใบ ราก ผลดิบ ผลสุก และมีคุณสมบัติทางสมุนไพร คือ ใบและหน่อ >> ต้านโรคมะเร็ง. ผล >> กระตุ้นการหลั่งน้ำนม ใบ. >>. ยากล่อมประสาท อาการชักกระตุก เกร็ง เบาหวาน เปลือกและใบ>> ยาฆ่าเชื้อ ต้าเชื้อแบคทีเรียแผลในกระเพาะอาหาร พบว่าวิธีการที่ดีที่สุดที่จะบริโภคทุเรียนน้ำ คือ การบริโภค๋โดยตรงจะทำให้ได้คุณประโยชน์สูงสุด คุณประโยชน์มากมายเราจึงน่าจะมีผลไม้ชนิดนี้ปลูกไว้กินกัน ตอนนี้พบว่าในศอ.11 ของเรามีการนำทุเรียนน้ำมาปลูกไว้ด้วย. โพสโดย กันยา มังสาทอง
Read More