โรคไตเป็นปัญหาสำคัญและมีจำนวนคนไทยเป็นโรคนี้เพิ่มขึ้น จากการศึกษาโดยสมาคมโรคไต พบว่ามีการเกิดโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้น เป็นจำนวนหลักล้านคน แต่มีผู้ที่ทำการฟอกไตจริงๆ ในปัจจุบันมีจำนวนไม่ถึงแสนคน ดังนั้นหากจะมาดูที่วิธีป้องกันว่าโรคไตเรื้อรัง เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง อันดับหนึ่งพบว่าเกิดจากเบาหวานที่เป็นมาระยะเวลานาน , อันดับสองเกิดจากโรคความดันโลหิตสูง , อันดับสามเกิดจากไตอักเสบเรื้อรัง มีภาวะอุดกลั้นทางเดินปัสสะวะ พวกนิ่วในไต และอีกสาเหตุคือการที่คนไทย นิยมซื้อยารับประทานเอง อาทิ ยาแก้ปวด , ยาสมุนไพรต่างๆ เป็นต้น
      ทั้งนี้ “ไต” มีหน้าที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1. การขับของเสีย ขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย ฉะนั้นถ้าขับไม่ได้ จะมีอาการบวมตามตัว 2. มีหน้าที่เกี่ยวกับการสมดุลของเกลือแร่ ประเภทกรดด่างต่างๆ 3. ไตมีหน้าที่ สังเคราะห์ฮอร์โมนวิตามินต่างๆ  สร้างฮอร์โมนท์ที่กระตุ้นเม็ดเลือดต่อวิตามินดี ฉะนั้นหากไตเสื่อมการทำงานของไตก็อาจจะมีเลือดจาง และมีภาวะขาดวิตามินได้

โดยโรคไตเรื้อรังเป็นภัยเงียบ ช่วงแรกจะไม่มีอาการแสดงให้เห็นและยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยผู้ป่วยอาจมาพบแพทย์อีกที เมื่อมีอาการผิดปกติมากแล้ว ซึ่งเมื่อแพทย์สอบถาม มักจะพบอาการ ดังต่อไปนี้
1. บวมตามตัว เกิดจากการมีน้ำและเกลือเพิ่มขึ้นในร่างกาย ระยะแรกอาจมีอาการบวมที่หนังตาและหน้า ต่อมาจะมีการบวมที่ขาและเท้าทั้งสองข้าง ซึ่งคนปกติหากไม่เคยบวมแล้วบวมขึ้นมา ถือว่าน่าสงสัย  การทดสอบง่ายๆ คือใช้นิ้วกดบริเวณหน้าแข้งแล้วปล่อย หากพบว่ามีรอยบุ๋มอย่แสดงว่าบวม ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพราะอาการบวมอาจไม่ได้เป็ฯโรคไตก็ได้ แต่ยังเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและโรคตับ
2. ปัสสาวะผิดปกติ  เช่น เวลาที่ราดน้ำหรือกดชักโครก แล้วเกิดมีฟอง ยิ่งฟองเยอะหรือหลายชั้น แสดงว่าผิดปกติ รวมไปถึงสีของปัสสาวะผิดปกติ เช่น มีสีน้ำล้างเนื้อ สีแดงจางๆ การเข้าห้องน้ำบ่อย ทั้งระหว่างวัน และตอนนอน หมายถึงมีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ  ปัสสาวะน้อยลงบางคนอาจไม่ออกเลยซึ่งคนไข้ควรสังเกตอาการ
3. มีอาการปวดหลังปวดบั้นเอว หากไตเกิดความผิดปกติขึ้นเราอาจรู้สึกถึงอาการปวดหลัง ปวดบั้นเอวที่บริเวณชายโครงร้าวไปท้องน้อย หัวหน่าวและอวัยวะเพศได้ บางคนอาจปวดกระดูกและข้อร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นเพราะมีการอุดตันที่ท่อได กรวยไตอักเสบหรือในท่อไดมีถุงน้ำโป่งพองก็ได้
4. อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ทานได้น้อย คลื่นไส้อาเจียน อาการเหล่านี้จะเกิดเมื่อผู้ป่วยเริมเป็นมากขึ้น
5. ความดันโลหิตสูงมากๆ การทานอาหารเค็มมากๆ จะทำให้ไตทำงานหนัก และเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงด้วย
      อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบสัญญาณเบื้องต้นแล้ว หากเจออาการข้างต้นควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด

5_(1)

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

สามารถใช้คำสั่ง HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>