Welcome, บุคคลทั่วไป!!
follow us on... Facebook youtube rss

ผู้เขียน หัวข้อ: การทานยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อกับการนวด อะไรดีกว่ากัน  (อ่าน 8569 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ 993

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 19
    • ดูรายละเอียด
โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง   
โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลัง พบได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวเป็นต้นไป   เป็นภาวะที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง และมักจะหายได้เอง แต่อาจเป็นๆ หาย ๆ เรื้อรังได้
สาเหตุ
มักเกิดจากการทำงานก้ม ๆ เงย ๆ ยกของหนัก นั่ง ยืน นอน    หรือยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป หรือนอนที่นอนนุ่มเกินไป ทำให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสันหลัง
ส่วนล่าง ซึ่งจะมีอาการเกร็งตัว   ทำให้เกิดอาการปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง คนที่อ้วน   หรือหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ก็อาจมีอาการปวดหลังได้เช่นกัน

**คุณคิดว่าการทานยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อกับการนวด อะไรดีกว่ากัน

ออฟไลน์ 575

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 68
    • ดูรายละเอียด
          ถ้าคุณปวดหลังแล้วมีอาการร้าวลงมาที่ขาข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง แล้วมีอาการขาชา ขาอ่อนแรง ทั้งเวลาเดินนานๆ หรือไม่ได้เดินก็ชา หรืออ่อนแรง หรือทุกครั้งที่ก้มหรือแอ่นหลังจะมีอาการเหมือนไฟฟ้าช็อตไปที่ขา คุณเลิกอ่านเถอะคะ ไปหาหมอกระดูกที่คุณรักษาอยู่ประจำให้เขาดูให้จะดีกว่ารักษาเองนะคะ แต่ถ้าคุณปวดเฉพาะที่หลังหรือเอว เดินก็ปวด นั่งนานก็ปวด ยืนนานก็ปวด หรือตื่นนอนมาก็ปวด บางทีต้องพึ่งลูกหลานให้ช่วยเหยียบให้  บางคนก็ต้องพึ่งหมอนวดชนิดไม่มีอาบน้ำให้มานวดให้ หายบ้าง ไม่หายบ้าง บางทีหายปวดไป 3-4 วัน พอกลับไปทำงานโรคนี้ก็กลับมาอีก
          ลองมารู้จักโรคปวดหลังชนิดนี้กันดีกว่า โรคปวดหลังชนิดนี้เป็นโรคปวดหลังที่เกิดจากกล้ามเนื้อหลังอักเสบ พออักเสบทีคุณก็ปวดหลังที ทานยาลดการอักเสบ หรือยาคลายกล้ามเนื้อทีก็หายไปสามสี่วันแล้วก็เป็นอีก  หรือนอนพักสักคืนตื่นมาก็หายปวด หรือให้ใครนวดให้สักพักก็ดีขึ้น
 
1. คุณต้องลดงานของกล้ามเนื้อหลังลงด้วยการปรับปรุงบุคลิกภาพของคุณเสียใหม่ไม่ว่ายืน เดินหรือนั่ง พยายามเตือนตัวเองให้หลังตรงอยู่เสมอ ใหม่ๆ อาจจะเมื่อยบ้างแต่พอคุณคุ้นเคยแล้ว อะไรๆ ก็ดูดีไปหมด อาการปวดหลังก็ดีขึ้น แถมยังดูสมาร์ตขึ้นอีกด้วย
สำหรับเรื่องการนอน ถ้าคุณเป็นคนที่ปวดหลังเมื่อตื่นนอน หรือต้องตื่นตอนดึกเพราะปวดหลังให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า สาเหตุอาจเกิดที่นอนของคุณเป็นสาเหตุของอาการปวดหลัง
อย่าเพิ่งคะ อย่าเพิ่งเปลี่ยนที่นอนใหม่ให้เสียเงินโดยใช่เหตุ  ลองลงมานอนที่พื้นดูก่อน ใช้ผ้านวมสักผืนปูเพื่อไม่ให้เจ็บตรงปุ่มกระดูก ถ้านอนพื้นแล้วหายปวดหลัง ลองกลับมานอนที่นอนอีกครั้ง ถ้านอนที่นอนแล้วปวดหลังอีก ก็เปลี่ยนที่นอนเถอะคะ แต่ถ้านอนที่นอนแล้วไม่ปวดหลังอีก ที่นอนของคุณคงไม่ใช่สาเหตุของอาการปวดหลัง แต่ถ้านอนบนที่นอนก็ปวด ลงมานอนพื้นก็ปวด ที่นอนของคุณคงไม่ใช่สาเหตุอีกเช่นกัน
สรุปว่าวิธีแรกของการรักษาก็คือ ลดการทำงานของกล้ามเนื้อหลังลง
2. คุณต้องทำกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรงขึ้น ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่า สาเหตุของโรคปวดหลังก็คือกล้ามเนื้อหลังทำงานมากเกินไป ซึ่งเราคิดได้สองอย่างคือ กล้ามเนื้อหลังทำงานมากเกินไปหรืออีกอย่างกล้ามเนื้อหลังก็อ่อนแรงเกินไป หรือทั้งสองอย่าง เรามาคุยเรื่องกล้ามเนื้อหลังอ่อนแรงกันนะคะ
          กล้ามเนื้อหลังอ่อนแรงไม่ใช่เป็นโรค เพียงแต่คุณขาดการออกกำลังกายที่กล้ามเนื้อหลังเท่านั้นเอง โดยเฉพาะท่านที่ไม่ได้เล่นกีฬาอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นประจำ
เรามาแก้ปัญหานี้ด้วยการออกกำลังเฉพาะที่กล้ามเนื้อหลังกันดีกว่าคะ
ท่าแรก: เป็นการยืดกล้ามเนื้อ เริ่มต้นให้นอนหงาย เอาแขนแนบลำตัว ชันเข่าขึ้นให้ต้นขาทำมุมกับพื้นประมาณ 45 องศา จากนั้นให้ยกสะโพกขึ้น ดันขึ้นไปให้สุด แล้วให้ค้างไว้ประมาณ 10 วินาทีแล้วเอาลง…อย่างนี้นับเป็น 1 ยก
ท่าที่ 2: เป็นการทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น เริ่มต้นให้นอนหงาย จากนั้นงอเข่า งอสะโพกพร้อมกับเอามือกอดไว้ที่เข่า ดึงให้เข่าเข้ามาชิดหน้าอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยกศีรษะให้หน้าผากชิดหัวเข่า ค้างไว้ 10 วินาที…อย่างนี้นับเป็น 1 ยก
          หมั่นทำทุกวัน วันละ 30 ยก ในแต่ละท่าเป็นอย่างน้อย ใหม่ๆ ทำไม่ถึงก็ไม่เป็นอะไรครับ ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วกัน
 
          เมื่อไรที่กล้ามเนื้อหลังคุณแข็งแรงพอที่จะรับงานได้ทั้งวัน และงานของกล้ามเนื้อหลังก็เป็นงานที่ลดลง โดยการปรับปรุงบุคลิกของคุณปัญหาปวดหลังก็หายขาด
 
          ดิฉันไม่คาดหวังว่าคุณจะสามารถหายได้ในระยะเวลาอันสั้น อย่างน้อยประมาณเดือนหรือสองเดือน  แต่ถ้าคุณเริ่มทำเสียแต่วันนี้  อีกสองเดือนคุณก็หายปวดหลังแล้ว /กัญญาภัทร

ออฟไลน์ 944

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 61
    • ดูรายละเอียด
ขอตอบอย่างนี้ครับ
     1. การทานยาเป็นการแก้ไขเบื้องต้น ระยะสั้นๆ ไม่ทำให้หายขาดได้ เมื่อเลิกทานก็จะเป็นอีก เพราะไม่ได้แก้ตรงพฤติกรรม
     2. การนวดเป็นกระตุ้นกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเกิดการคลาย ไม่ตึง ไม่เมื่อย แต่ถ้าการนวดนั้น เพิ่มการกด คลึงแน้น อย่างแรง ก็จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นอักเสบได้ และแกไขได้ใน ระยะสั้นๆ ไม่ทำให้หายขาดได้ เมื่อเลิกทำาก็จะเป็นอีก เพราะไม่ได้แก้ตรงพฤติกรรม
     3. การแก้ไขตรงพฤติกรรม คือ ทำเอง แก้ไขเอง โดยการปรับรูปแบบการนั่งการเดิน ท่ากิจวัติประจำวันที่ผิดๆ และอาศัยการยืดเหยียดกล้าม เรียกง่ายๆว่า บิดขี้เกียจ ทำบ่อยๆแล้วจะดีครับ
             วินัย

ออฟไลน์ 949

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 46
    • ดูรายละเอียด
ทางที่ดีเราควรออกกำลังกายโดยการยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ เพราะเป็นการทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายลดการเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อได้
"ป้องกันไว้ดีกว่าแก้"

มงคล

ออฟไลน์ 608

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 224
    • ดูรายละเอียด
พบคนที่ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ได้รับการนวดอย่างละมุนละไม บรรเทาอาการได้ราวกับกินยาแก้อักเสบ
 
ผู้ที่มักจะมีอาการปวดเมื่อยเพราะกล้ามเนื้ออักเสบ อาจไม่ต้องพึ่งยาแก้อักเสบกล้ามเนื้อหรือยาแก้ปวดเพียงหนทางเดียว เพราะนายแพทย์มาร์ค ทาโนโพลสกี้ จากมหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ในแคนาดา และทีมวิจัยพบว่า การนวดผ่อนคลายอย่างละมุนละไม ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อได้
 
การวิจัยจะดูตัวอย่างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อของอาสาสมัครที่ออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานจนปวดเมื่อย จากนั้นจึงไปนวดผ่อนคลายเพียง 10 นาที และหลังเสร็จจากการนวดผ่านไปนาน 2 ชั่วโมงครึ่ง ทีมวิจัยก็ได้พบว่า ความเมื่อยล้าของกลุ่มตัวอย่างนั้นหายไป
 
ทีมวิจัยเชื่อว่า การนวดผ่อนคลาย ที่มีลักษณะการกดคลึงอย่างถูกต้อง และลงน้ำหนักเหมาะสม ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของ 'ไมโทคอนเดรีย' หรือ แหล่งพลังงานเซลล์ ขึ้นมาใหม่ แต่ที่สำคัญคือ การนวดผ่อนคลายที่ดีสามารถส่งสัญญาณไปยังระบบภูมิคุ้มกันให้จัดการความเจ็บปวดในระดับโมเลกุล
 
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังเชื่อด้วยว่า การนวดในลักษณะที่ว่านี้ อาจมีประสิทธิภาพลดการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เหมือนกลไกลการออกฤทธิ์ของยาแก้อักเสบ จึงอาจเป็นผลดีสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหากล้ามเนื้อหรือกระดูกอักเสบเรื้อรัง ได้มีทางเลือกการรักษาเสริมเข้ามาอีกทางภายใต้การควบคุมของแพทย์

ที่มา http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/26772

สำหรับในส่วนตัวแล้วคิดว่า น่าจะต้องพิจารณาเป็น Case ว่าจะใช้แบบไหน เช่น
ช่วงที่กำลังปวดและมีการอักเสบน่าจะใช้ยาช่วยไปก่อน
ดีขึ้น แล้วจึงใช้การนวดเพื่อผ่อนคลาย
หายแล้ว ใช้การยืดเหยียด และการออกกำลังกาย เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นช้ำอีกค่ะ

จารุณี สุขเกื้อ


ออฟไลน์ 531

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 57
    • ดูรายละเอียด
เลือกที่จะออกกำลังกายดีกว่าค่ะ